สาส์นจากประธานกรรมการ

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 มูลค่างานก่อสร้างของภาคเอกชนและภาครัฐ ยังมีการขยายตัวค่อนข้างน้อยรวมประมาณ 3.11% โดยมีมูลค่าง่านก่อสร้างรวม 639.2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก การก่อสร้างภาครัฐมีการขยายตัวน้อยมากเพียง 1.89% เนื่องมาจากความล่าช้าของการดำเนินโครงการที่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ทั้งขั้นตอนการอนุมัติ และการหาผู้ชนะการประกวดราคา อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 เริ่มมีการก่อสร้างภาครัฐขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่มีการแข่งขันระหว่างผู้รับเหมางานก่อสร้าง ทั้งรายใหญ่และรายกลางค่อนข้างสูงในช่วงดังกล่าวนี้ สำหรับบริษัทได้เข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างโครงการต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน โดยบริษัทชนะการประมูลรวม 18 โครงการมูลค่างานรวม 8.17 พันล้านบาท (เป็นงานภาครัฐ จำนวน 4.2 พันล้านบาท และภาคเอกชน จำนวน 3.97 พันล้านบาท) ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่รับอยู่เดิมหลังจากรับรู้รายได้ในปี 2561 ทำให้บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ณ ต้นปี 2562 จำนวน 15.7 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีต่อๆไป ผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทในปี 2561 ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 โดยบริษัทมีรายได้รวม 7.97 พันล้านบาท ลดลง 5.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 เป็นผลจากปี 2560 มีรายได้จากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย และมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 223.73 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท (สิบหกสตางค์) ต่อหุ้น

ในขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท มีรายได้รวม 7.97 พันล้านบาท และมีกำไรเบ็ดเสร็จ จำนวน 212.9 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 44.7% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์) ต่อหุ้น ต้นทุนในการก่อสร้างเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 90.62% ในปี 2560 เป็น 91.8% ในปี 2561 แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารประมาณ 5% ของรายได้ ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2560 ทางด้านกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีกระแสเงินสดและเทียบเท่าเงินสดลดลงจากปี 2560 จำนวน 2.0 พันล้านบาท เป็น 585.1 ล้านบาท เนื่องจากมีการนำกระแสเงินสดไปใช้ในกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 608.3 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 1.54 พันล้านบาท ในปี 2561 กระแสเงินสดปลายปีดังกล่าวเพียงพอสำหรับการดำเนินงาน นอกจากนั้นบริษัทยังมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารอีก 11.9 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงาน

พิจารณาโดยภาพรวมแล้วผลการดำเนินการในปี 2561 ปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะ ผลกำไรจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นประมาณ 45% ซึ่งเป็นผลต่อกำไรต่อหุ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.12 บาท / หุ้น เป็น 0.15 บาท / หุ้น เพิ่มขึ้น 25% ฐานะทางการเงินปรับตัวดีขึ้น โดยในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นจาก 2.31 พันล้านบาท ในปี 2560 เป็น 2.47 พันล้านบาท ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 6.9% ในขณะที่งบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นจาก 2.24 พันล้านบาท เป็น 2.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% ซึ่งเป็นผลจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น ในขณะที่ส่วนของทุนเพิ่มเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้ถือ PLE-W3 มาใช้สิทธิแปลงหุ้นเพียงรายเดียว สินทรัพย์รวมลดลงจาก 9.02 พันล้านบาท ในปี 2560 เป็น 8.64 พันล้านบาท ลดลง 4.2% ส่วนงบการเงินเฉพาะบริษัทลดลง 4.3% จาก 9.39 พันล้านบาท ในปี 2560 เป็น 8.98 พันล้านบาท ในปี 2561 ซึ่งเป็นผลมาจาก เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา หนี้สินรวมปรับตัวลดลงทั้งในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ จาก 6.71 พันล้านบาท เป็น 6.17 พันล้านบาท และ 7.15 พันล้านบาท เป็น 6.6 พันล้านบาท เป็นผลมาจากการชำระคืนหุ้นกู้จำนวน 444.7 ล้านบาท

ในปี 2561 เป็นปีที่บริษัทได้ประกอบธุรกิจมาครบ 30 ปี บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพัฒนาการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทต่อไป การคัดสรรและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆรวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลงานก่อสร้างของบริษัทมีมาตรฐานสูงขึ้นและเป็นที่พอใจของลูกค้า การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของบริษัททั้งด้านความชำนาญในงานแต่ละด้าน และด้านการบริหารจัดการ จัดสวัสดิการต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ จะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป การพัฒนาและสนับสนุน Supply Chains อย่างต่อเนื่อง การหาพันธมิตรที่มีศักยภาพเข้ารับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ร่วมกันเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้เติบโตต่อไป

คณะกรรมการบริษัท ทราบดีว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย (Stakeholders) จึงทำให้บริษัทประสบความสำเร็จทั้งผลงานก่อสร้างและติดตั้งงานระบบประกอบอาคารเป็นอย่างดีและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงสาธารณชนโดยทั่วไป ซึ่งบริษัทขอให้คำมั่นว่าจะยึดหลักธรรมาภิบาล ในการบริหารและดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องต่อไป และ ณ โอกาสนี้ คณะกรรมการบริษัท ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่มีส่วนให้การสนับสนุนบริษัทด้วยดีตลอดมา

ขอแสดงความนับถือ


นายเสวก ศรีสุชาต
ประธานกรรมการบริษัท

Copyright@ By Power Line Engineering Public Company Limited
2 Soi Sukhumvit 81 (Siripoj) Sukhumvit Rd., Bangjak, Phrakhanong, Bangkok 10260
Tel. : 66-2332-0345 Fax : 66-2311-0851