chairman

การคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างใน ปี 2564 และ 2565 ของประเทศไทย ในส่วนของภาครัฐจะมีการขยายตัวประมาณ 6-7% มูลค่ารวมประมาณ 7-8 แสนล้านบาท และในภาคเอกชนน่าจะขยายตัวประมาณ 4-5%มูลค่ารวมประมาณ 4-5 แสนล้านบาท แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัส covid-19 ทำให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนต้องชะลอโครงการออกไป ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เกิดการชะลอตัวอย่างมากซึ่งผลดังกล่าวข้างต้นทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างทั้งขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดเล็กแข่งขันกันอย่างมากเพื่อที่จะชนะการประมูลงานโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกิดขึ้นในปี 2564 บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีงานในมือ (backlog) และมีความพร้อมทั้งความสามารถในการทำงานและฐานะการเงิน ก็ต้องทำงานและบริหารจัดการด้วยความระมัดระวังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมต้นทุนต่าง ๆ จึงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ส่วนบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ขาดการบริหารจัดการที่ดีไม่มีงานในมือได้มีการลดการรับงาน และ/หรือ ปิดตัวไปเป็นจำนวนมากจากสาเหตุดังกล่าว

ในปี 2564 บริษัทได้เข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ และขนาดกลางของภาครัฐและภาคเอกชนหลายโครงการ ชนะการประมูล รวม 23 โครงการ คิดเป็นมูลค่างาน จำนวน 8.6 พันล้านบาท และหลังจากการรับรู้รายได้ในปี 2564 จำนวนรวม 7.37 พันล้านบาท ทำให้ ณ ต้นปี 2565 บริษัทมีงานในมือ (backlog) 21.6 พันล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 2565 และปีต่อ ๆ ไป นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนการที่จะเข้าร่วมประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศไทยและต่างประเทศรวมถึงการเข้ารับงานจากภาคเอกชนรายใหญ่โดยคาดว่าจะได้รับงานเพิ่มเติมในปี 2565 อีกประมาณ 8.2 พันล้านบาท

ในปี 2564 บริษัทมีผลการดำเนินการดีขึ้นกว่าปี 2563 เนื่องจากมีงานในมือ (backlog) อยู่ในเกณฑ์ที่ดี บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 139% จาก 119 พันล้านบาท ในปี 2563 เป็น 136 พันล้านบาท ในปี 2564 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 134% จาก 99 พันล้านบาท ในปี 2563 เป็น 112 ล้านบาท ในปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินสดและมูลค่างานที่เสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บสำหรับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น167%เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินฝากธนาคารที่ ใช้เป็นหลักประกันเพิ่มจาก 789.4 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 1.11 พันล้านบาทในปี 2564 และในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มีราคาตลาดสูงขึ้นจาก 195.9 ล้านบาทเป็น 308.4 ล้านบาทในปี 2564 ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 16.04% จาก 9.35 พันล้านบาทเป็น 10.85 พันล้านบาทในปี 2564 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มจาก 8.53 พันล้านบาทเป็น 10.43 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินรับล่วงหน้าโครงการและเจ้าหนี้การค้า หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจาก 823.8 ล้านบาท เป็น 420.6 ล้านบาท เป็นผลจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ จำนวน 420.48 ล้านบาท ในส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.5% จาก 2.58 พันล้านบาท เป็น 2.75 พันล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรในปี 2564

รายได้ในปี 2564 ลดลง 12.0% จาก 8.76 พันล้านบาท ในปี 2563 เป็น 7.66 พันล้านบาท เป็นผลมาจากสถานการณ์ covid 19 ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานแต่มีกำไรขั้นต้นดีขึ้นจาก 1.1% ในปี 2563 เป็น 8.42% ในปี 2564 เนื่องจากมีการควบคุมต้นทุนทางตรงได้ดีขึ้น บริษัทมีกำไรก่อนภาษี จำนวน 277.9 ล้านบาท ในงบการเงินรวม และ 199.8 ล้านบาทในงบการเงินเฉพาะกิจการ เนื่องจากต้นทุนในด้านการบริหารลดลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 บริษัทมีกำไรสำหรับปีในงบการเงินรวมดีขึ้น เป็น 155.7 ล้านบาท และในงบการเงินเฉพาะกิจการเป็น 181.1 ล้านบาท ทำให้มีกำไรต่อหุ้น 0.11 บาท และ 0.13 บาทในปี 2564 สวนกระแสเงินสดปลายปีเพิ่มขึ้นจาก 123.9 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 815.8 ล้านบาท ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท แม้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทมีการปรับปรุงดีขึ้นกว่าปี 2563 แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทได้กำหนดไว้ กำไรขั้นต้นที่ 8.5% ยังคงต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น อัตราส่วน D/E ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.62 เป็น 3.95 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งสถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วไปที่ให้การสนับสนุนยังยอมรับ

บริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้น โดยได้กำหนดกลยุทธ์ของทุกหน่วยงานของบริษัทให้บริหารจัดการและดำเนินการตามกรอบของ ESG ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งในบริเวณโครงการที่ปฏิบัติงาน ในเรื่องของขยะและมลภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานในโครงการ หรือประชาชนบริเวณข้างเคียง เน้นเรื่องความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นสำคัญ การเลือกคัดสรรและใช้วัสดุต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด การส่งเสริมและพัฒนาพนักงานและแรงงานให้มีความรู้และความสามารถเพิ่มทั้งในด้านเทคนิคงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัทผลิตผลงานที่ดีให้กับลูกค้าและเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป บริษัทให้ความสำคัญกับ Value Chain มาโดยตลอด มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงให้การสนับสนุนในเรื่องของนวัตกรรมสำหรับงานก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างใหม่ ๆ

บริษัทจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ของบริษัทที่อยู่ในกรอบของบรรษัทภิบาล มีการพิจารณาควบคุมดูแลความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่ต่ำ และสามารถกำหนดวิธีการแก้ไข ปรับปรุง และลดความเสี่ยงในธุรกรรมต่าง ๆ ของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย (Stakeholder) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งในระยะกว่า 30 ปีที่ผ่านมา การสนับสนุนที่ได้รับจากลูกค้า คู่ค้า ผู้บริหารและพนักงาน รวมถึง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ เป็นพลังสำคัญที่ทำให้บริษัทมีความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป คณะกรรมการบริษัทจึงขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ
sign
นายเสวก ศรีสุชาต
ประธานกรรมการบริษัท
cross menu