สาส์นจากประธานกรรมการ

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัส Covid-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 และตลอดปี 2563 ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกและประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง การลงทุนและงานก่อสร้างของ ภาคเอกชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาค รัฐยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังล่าช้ากว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งผลดังกล่าวข้างต้นทำให้บริษัท รับเหมาก่อสร้างทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก แข่งขันกันอย่างมากเพื่อที่จะชนะการประมูล งานโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2564-2565 ในส่วนของ ภาครัฐ น่าจะมีการขยายตัวประมาณ 6-7 % มูลค่างานรวมประมาณ 7- 8 แสนล้านบาท ในขณะที่ภาค เอกชนน่าจะมีการขยายตัวประมาณ 4-5% มูลค่างานรวม 4-5 แสนล้านบาท

ในปี 2563 บริษัทได้เข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชนหลายโครงการ และชนะการประมูลรวม 18 โครงการ มูลค่างานรวม 14.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการของภาครัฐ รวมมูลค่า 12.9 พันล้านบาท คิดเป็น 90.6% ของงานใหม่ที่รับในปี 2563 โดยมี โครงการที่สำคัญเช่น โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 ของสำนักงานทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลค่า 2.8 พันล้านบาท โครงการศูนย์ ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่า 5.2 พันล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน 2 ของ บมจ. ท่าอากาศยานไทย มูลค่างาน 1.9 พันล้านบาท ซึ่งการได้งานดังกล่าวข้างต้นทำให้ ณ ต้นปี 2564 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวม 22.8 พันล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ ในปี 2564 และปีต่อ ๆ ไป

ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2563 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11.8% จาก 10.6 พันล้านบาทในปี 2562 เป็น 11.8 พันล้านบาทใน ปี 2563 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และมูลค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่ได้ประเมินใหม่ ซึ่งเพิ่มจาก ปี 2562 จำ นวน 163.6 ล้านบาท เป็น 779.9 ล้านบาท ในปี 2563 เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของมูลค่าสินทรัพย์ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น จาก 8.04 พันล้านบาท เป็น 9.34 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% ซึ่งเป็นหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น จาก 7.34 พันล้านบาท ในปี 2562 เป็น 8.57 พันล้านบาท ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 16.7% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการก่อสร้างที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ และหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้จากสถาบัน การเงินลดลง ในส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย จาก 2.56 พันล้านบาทในปี 2562 เป็น 2.51 พันล้านบาท ในปี 2563

รายได้ในปี 2563 ลดลง 8.7% จาก 9.61 พันล้านบาท ในปี 2562เป็น 8.77 พันล้านบาท ในปี 2563 มีกำไรขั้นต้นเพียง 1.1 % ซึ่งต่ำกว่า ปี 2562 ที่ 8.5% ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้ต้นทุนแรงงานและวัสดุราคาสูงขึ้นในขณะที่รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริการให้ลดลงได้ 16.1% จาก 657 ล้านบาท ในปี 2562 เป็น 551 ล้านบาท ในปี 2563 บริษัทมีการออกหุ้นกู้ระยะสั้น จำนวน 420.5 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนกลุ่ม High Net Worth ซึ่งในส่วนนี้ช่วยเสริมสภาพคล่องแต่ ทำให้บริษัทมีภาระด้านดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าบริษัทจะขาดทุนสำหรับปี จำนวน 441.5 ล้านบาท ในงบการเงินรวม แต่ผลกำไรจาก การตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่ จำนวน 487.1 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับปี จำนวน 48.27 ล้านบาท จึงทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ กระทบจากผลของการขาดทุนมากนัก อัตราส่วน DE Ratio ที่ 3.7 สำหรับธุรกิจของบริษัทยังอยู่ในเกณฑ์ที่สถาบันการเงิน คู่ค้า และนักลงทุน ทั่วไปยอมรับและให้การสนับสนุนบริษัทต่อไป บริษัทได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่ง วงเงินรวม 35.7 พันล้าน บาท สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึง credit term ที่ดีจาก Suppliers แม้ว่ากระแสเงินสดปลายงวดจะลดลงจาก 178.6 ล้านบาท ในปี 2562 เป็น 124 ล้านบาท ในปี 2563 บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอที่ดำเนินธุรกิจให้มีความเจริญเติบโตต่อไป

บริษัทยังคงต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการทำงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนและคุณภาพ ของงานให้เป็นที่พอใจของลูกค้า การพัฒนาบุคลากรของบริษัท สร้างทีมงาน สร้างแรงจูงใจให้บุคลากรของบริษัท ร่วมกันผลักดันผลงานของ บริษัทให้บรรลุเป้าหมายในทุก ๆ ด้าน เพื่อสร้าง Value ให้กับ Stakeholders ทุกฝ่าย บนพื้นฐานของการบริหารจัดการที่มีหลักการกำกับดูแล กิจการที่ดี Corporate Governance (CG) และคำนึงถึง ESG ในการทำธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ธุรกิจของบริษัท

บริษัทขอขอบพระคุณลูกค้า คู่ค้า พนักงาน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนบริษัทให้ประสบ ความสำเร็จก้าวหน้าอย่างมั่นคงตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี และ คณะกรรมการบริษัทให้ความมั่นใจว่า การดำเนินกิจการของบริษัทจะมีความ เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

ขอแสดงความนับถือ


นายเสวก ศรีสุชาต
ประธานกรรมการบริษัท

Copyright@ By Power Line Engineering Public Company Limited
2 Soi Sukhumvit 81 (Siripoj) Sukhumvit Rd., Bangjak, Phrakhanong, Bangkok 10260
Tel. : 66-2332-0345 Fax : 66-2311-0851